“ผมจะปลูกต้นไม้ไปจนกว่าผมจะหมดลมหายใจ” คนบ้าปลูกต้นไม้ 3 ล้านต้น มุ่งมั่นตามรอยพ่อ เละนี่ก็คือผลงาน “คนบ้าคนนั้น”

“ถ้าไม่มีพ่อหลวง ร.9 ในวันนั้น คงไม่มีคนบ้าปลูกต้นไม้ 3,000,000 ต้นในวันนี้…” ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ กล่าวพร้อมยกมือขึ้นพนมแนบอก ท่ามกลางแสงตะวันสาดส่องลงกลางศีรษะ ชาวบ้านหญิงชายต่างพากันหลบหลีกแสงแดดอันแผดเผา แต่นายดาบตำรวจคนกล้ากลับแบกจอบหอบถุงปุ๋ย ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทั่วทั้งตำบล จอดตรงนั้น แวะตรงนี้

ยอมอดทนหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ปลูกต้นไม้ไม่รู้จักหยุดหย่อน และเขาคนนั้นคือ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ (พ.ศ.2548 ดาบตำรวจวิชัย สุริยุทธ ได้รับพระราชทานยศกรณีพิเศษ เป็น “ร้อยตำรวจตรี” จากการทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ)

ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ถูกจัดว่าเป็นอำเภอที่แห้งแล้งและยากจนที่สุดของประเทศไทย สภาพผืนดินของปรางค์กู่นั้น แตกระแหงแห้งแล้งกันดาร น้ำท่าไม่เคยเพียงพอต่อการทำไร่ทำนา

ร.ต.ต.วิชัย ในวัย 70 ปี ย้อนเล่าไปเมื่อครั้งที่ตนยังหนุ่มยังแน่นว่า “เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ผมโชคดีมากๆ ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมการอบรมในโครงการแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง อันเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9”

“โครงการนี้เขาสอนผมว่า เราต้องใช้สอยทรัพยากรของท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด, เราต้องพึ่งพาตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี และความทุกข์ของชาวบ้าน คือ ภารกิจที่เราต้องร่วมแก้ไข จนในที่สุด โครงการนี้ได้กลับกลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ผมลุกขึ้นมาปลูกต้นไม้นับล้านต้นที่ปรางค์กู่”

“ตอนแรกชาวบ้านในละแวกนี้ ต่างก็ติฉินนินทา หาว่าผมเป็นผีบ้าบ้างแหละ เป็นคนบ้าบ้างแหละ เพราะคนดีๆ ที่ไหนจะไปปลูกต้นไม้ในที่ดินของคนอื่น ไปปลูกทำไมตามที่ดินสาธารณะ หรือปลูกตอนนี้จะได้กินเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ บ้างก็เอาผมไว้หลอกลูกหลอกหลานจนเป็นเรื่องตลกว่า นั่นแหนะ! ดาบวิชัยมาแล้ว หนีให้ไกลเลยนะ ไม่งั้นแกจะเรียกไปปลูกต้นไม้กลางแดดกลางฝนไม่รู้ด้วยนะ ก็ว่ากันไปถึงขนาดนั้น” อดีตนายตำรวจวัย 70 ย้อนเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างไม่คิดโกรธ

“คุณรู้ไหมครับ ตอนแรกๆ ที่ยังไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่ผมทำ ชาวบ้านบางคนเขาเอารถไถมาไถ บางคนถอนต้นไม้ที่ผมปลูกจนเหี้ยน บางคนจูงวัวจูงควายมาเหยียบ บางคนเผาต้นไม้จนไหม้ต า ย ผมขี่รถผ่านไปเห็นภาพพวกนี้ น้ำตามันไหลไม่รู้ตัว สิ่งที่เราสร้างด้วยหัวใจ แต่ต้องต า ยไปเพราะคนที่ไม่เห็นค่า” คนบ้าปลูกต้นไม้ ย้อนเล่าไปถึงคืนวันอันแสนขื่นขม

เสียงวิจารณ์นินทา หรือการกระทำอันบั่นทอนจิตใจที่เกิดขึ้นในระยะเวลายาวนานถึง 18 ปีนั้น ไม่สามารถหยุดยั้งความตั้งใจของนายดาบผู้นี้ได้ เขายังมุ่งมั่น ยอมอดทนบากบั่นทำในสิ่งที่ทุกคนไม่เชื่อถือ ไม่ศรัทธา จนในที่สุด ดินแดนปรางค์กู่ที่เคยแห้งแล้ง ก็กลับกลายเป็นผืนดินที่คลาคล่ำไปด้วยต้นไม้นานาชนิด…

“ผมปลูกต้นไม้เพื่อคนทุกคนในอำเภอปรางค์กู่ ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวผมเอง ผมกล้าพูดอย่างนั้นครับ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมปลูกต้นไม้โดยไม่หวังผลตอบแทนจากใคร แต่สักวันหนึ่ง ต้นไม้ที่ผมปลูกมันจะกลายไปเป็นผลตอบแทนให้กับทุกคน” อดีตนายตำรวจฉายา คนบ้าปลูกต้นไม้ กล่าวอย่างภาคภูมิ

ณ เวลานี้ ถ้อยคำที่ ร.ต.ต.วิชัย ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดแจ้งแล้วว่า คนบ้าปลูกต้นไม้ผู้นี้ ได้แจกจ่าย ’ผลตอบแทน’ ให้แก่ผู้คนชาวปรางค์กู่ และละแวกใกล้เคียงได้อย่างที่เขาตั้งใจ เพราะปัจจุบันต้นตาลที่ ร.ต.ต.วิชัย ปลูกเอาไว้ ชาวบ้านได้เก็บเกี่ยวส่วนต่างๆ ของต้นไปใช้ประโยชน์มากมาย ยกตัวอย่างเช่น ช่อตาล ชาวบ้านนำไปทำน้ำตาลเข้มข้นชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลปึก

ส่วนลูกตาล หรือตาลสด ก็ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน ละลายเสมหะ บรรเทาอาการไอเรื้อรัง ส่วนขาตาล ชาวบ้านหรือพ่อค้าในละแวกนั้น ก็ตัดไปทำคราด ทำไม้กวาดได้

“ต้นตาล เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย โตเร็ว ทนทาน โดนไฟเผาก็ยังไม่ต า ย ส่วนต่างๆ ของต้นตาลก็ยังไปทำประโยชน์ได้อีกเยอะแยะ นอกจากต้นตาล ผมก็ยังปลูกต้นคูน เอาลำต้นไว้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์, ยางนา เอาไว้สร้างบ้านได้, แค ใช้ทำกับข้าวได้, สะเดา ชาวบ้านเขาขายได้ราคามาก, ขี้เหล็ก ใช้ทำยาได้ สารพัดประโยชน์จากสิ่งที่ผมปลูก ชาวบ้านสามารถเอาไปใช้ได้เลย ผมไม่หวง ผมปลูกเอาไว้ให้แล้ว”

“จะปลูกไปอีกนานแค่ไหน?” ผู้สื่อข่าวถามชายวัย 70 ตรงหน้า เขากล่าวอย่างแช่มช้าว่า “ผมจะปลูกไปจน ต า ยนั่นแหละครับ ผมจะปลูกต้นไม้ไปทุกวันแบบนี้ จนสังขารมันจะสั่งการว่าไม่ไหว”

ช่วงชีวิตหลังเกษียณอายุราชการของ ร.ต.ต.วิชัย นั้น ไม่ใช่การพักผ่อนนอนสบายอยู่กับบ้าน ไม่ใช่การออกไปท่องเที่ยวหาความสุข แต่ชายชราวัย 70 ปีผู้นี้ กลับออกตระเวนปลูกต้นไม้(เพื่อคนอื่น) อยู่เช่นเดิม วันแล้ว วันเล่า เขายังแบกจอบหอบเมล็ด ขุดตรงนั้น ฝังตรงนี้ไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“ถ้าเราลองนึกๆ ย้อนดูนะครับ สิ่งที่ผมทำมาตลอด 30 ปี ปลูกต้นไม้ไป 3 ล้านต้น สิ่งที่ผมทำยังไม่ได้เพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อพวกเราคนไทยเลยนะครับ ถ้าคุณนึกภาพออกว่าผมเหนื่อยขนาดไหน แล้วพระองค์ท่านล่ะครับ พระองค์ท่านจะเหน็ดเหนื่อยกว่าพวกเรามากมายหลายร้อยเท่าเพียงใด”

“ผมยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นต้นแบบในการดำรงชีวิตเสมอมา ผมเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า การปลูกต้นไม้เป็นการทำบุญที่ง่ายที่สุด เป็นการทำบุญที่สามารถเห็นผลได้ในชาตินี้ และนับเป็นคุณูปการอย่างสูงต่อผืนแผ่นดินเกิด” ร.ต.ต.วิชัย คนบ้าปลูกต้นไม้ 3 ล้านต้น น้ำตาคลอพร้อมยกมือขึ้นพนมท่วมหัว

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยรัฐ