ตลาดต้องการจนไก่โตไม่ทัน “เลี้ยงไก่งวง” แบบพึ่งธรรมชาติ ให้ราคางาม ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน จากงานอดิเรก เปลี่ยนเป็นอาชีพหลัก

ไก่งวงนั้นถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะเลี้ยงได้อย่างแน่นอนซึ่งในประเทศไทยอาจจะไม่ค่อยนิยมรับประทานการจะบอกด้วยว่าต่างประเทศและเพื่อนบ้านนั้นกับนิยมรับประทานไก่งวงกันเป็นอย่างมากจึงไม่แปลกที่ไก่งวงเป็นสัตว์เศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังได้รับความต้องการโดยในการเพาะเลี้ยงไก่งวงแนั้นมีสองเป้าหมาย โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แนวทางคือการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกไก่งวงหรือเลี้ยงกเพื่อจำหน่ายเนื้อ

และในวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูวิธีการเพาะไก่รวมกันซึ่งเป็นการเพาะแบบพึ่งพาธรรมชาติซึ่งก็มีคุณ ธนศักดิ์ คำด่างเป็นหนึ่งชาวเกษตรกรที่หันให้ความสนใจในการเพาะเลี้ยงไก่งวงเป็นคู่กับการทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จังหวัดนครพนมซึ่งจะมีวิธีการอย่างไรบ้างนะลองไปดู

โดยก่อนอื่นคุณธนศักดิ์ ไม่มีการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับก่อนที่จะมาทำไก่งวงจะมีมากแต่ก่อนเป็นตัวเองนั้นได้ประกอบอาชีพรับจ้างเป็นครูรับราชการและรู้สึกว่าระหว่างที่ได้ทำการเป็นครูนั้นก็รู้สึกไม่ชอบอาชีพข้าราชการจึงได้ตัดสินใจลาออกแล้วไปศึกษาทางด้านกฎหมายแต่สุดท้ายก็ยังไม่ใช่แนวทาง จึงได้ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับดินเป็นหลักและระยะเวลาที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นและได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ซึ่งมีความแตกต่างกับคนที่ทำงานภาคอุตสาหกรรมและเกษตรที่ประกอบอาชีพการเพาะปลูกเป็นอย่างมาก

“คนที่ทำงานภาคอุตสาหกรรม ต้องทำงานหนัก ตื่นเช้าแต่กลับบ้านดึก ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ผิดกับภาคการเกษตรที่เป็นเจ้านายของตัวเอง มีรายได้ อยากทำงานเวลาไหนก็ได้ มีความเป็นอิสระภาพที่สูง จึงตั้งปฏิธานให้กับตัวเองว่า จะทำอาชีพที่ไม่ออกไปหาเงินจะให้เงินเดินเข้ามาหาและไม่ทำงานกินเงินเดือนเหมือนที่เคยทำมา”

ด้วยหลังจากที่เรียนจบมาเขาก็ได้หันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับทางด้านอาชีพเกษตรกรรมโดยเริ่มจากการนำวัวเข้ามาเลี้ยงบนพื้นที่ประมาณ 70 ไร่มีวัวอยู่ในพื้นที่ประมาณ 200 ตัวแต่ด้วยปัญหาทางด้านตลาดจึงไม่มีแหล่งรับซื้อและทำให้แนวคิดนี้ต้องหยุดเลี้ยงไปและกลับมาถึงแนวทางการทำเกษตรแบบผสมผสานแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนนะก็คือ 43 10 20 แล้วก็ติดตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เปิดตัวขาวนะเริ่มจากการขุดบ่อเลี้ยงปลาและนำสัตว์ปีกต่างๆเช่นเป็ดไก่มาเลี้ยงโดยมีปลาสร้างโรงเรือนให้อยู่เหนือกว่าปลาส่วนพื้นที่อื่นๆก็มีการลงไม้ผลไม้ยืนต้นและบางพื้นที่ก็ปลูกพืชผักสวนครัวสมุนไพรโดยพื้นที่นี้ถึงเป็นการสร้างปัจจัยที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันแต่ว่าการทำเกษตรนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้เสมอไปถ้าหากใจไม่รักก็ยากที่จะไปถึงฝันเพราะว่าการทำเกษตรจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่างทั้งสภาพภูมิอากาศสังคมและทุนในการขับเคลื่อนทำให้เกษตรนั้นประสบความสำเร็จ

“เป็ด ไก่ไข่ ที่เลี้ยงต้องอาศัยและพึ่งพาปัจจัยภายนอกกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ อาธิ ลำ ข้าว อาหารสัตว์ ฉะนั้นอะไรที่เราตัดสินใจทำแล้วต้องพึงปัจจัยภายนอกมากเกินไปจะไปไม่รอด จึงต้องหยุด จากนั้นมาก่อนจะทำอะไรจะยึดหลักวิชาการเข้ามาประยุกต์ใช่ร่วมกัน โดยการเริ่มทำการศึกษาวิจัยและทดลองก่อนจะลงทุนทำ ซึ่งในนั้นได้ทำการศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์อยู่หลายอย่างไปทุกพื้นที่ ทุกภาค แต่ก็ยังไม่ถูกใจ จนกระทั่งได้ไปชิมต้มเส้นเนื้อไก่งวง สร้างความประทับใจ กลับมาจึงคิดจะหาไก่งวงมาเลี้ยงดูบ้าง”

ด้วยการเพาะเลี้ยงไก่งวงและเริ่มจากการเลี้ยงไว้บริโภคเองกันในครอบครัวจากนั้นก็มีการทำการศึกษาวิจัยในเชิงพาณิชย์โดยเริ่มจากการนำแต่งวัวมาเลี้ยงประมาณ 16 ตัวและเรื่องการทำวิจัยเลี้ยงในเชิงพาณิชย์และพบว่าการเลี้ยงไก่งวงนั้นทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ถึง 80 ตัวเองและพึ่งพาปัจจัยภายนอก 20% เท่านั้นตรงข้ามกับเป็ดและไก่ที่ต้องคอยเลี้ยงมาอยู่ตลอดแต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีผลเสียเนื่องจากเป็นสัตว์ปีกที่ไข่ไม่เป็นที่เป็นทางแล้วแล้วไม่กดออกมาให้เป็นตัวอีกทั้งยังมีปัญหาเหยียบกันตายอีกด้วยจึงทำให้เปอร์เซ็นต์รอดของไก่งวงนั้นน้อยมากอีกทั้งยังไม่มีตลาดรองรับ

“การเลี้ยงไก่งวงมีความท้าท้าย แต่ด้วยเสน่ห์เนื้อที่มีรสชาติอร่อย ในบรรดาสัตว์ปีกไม่มีเนื้อสัตว์ไหนที่เทียบได้ อีกทั้งไมมีเงือนไขด้านเวลามากำหนดว่าต้องการตอนไหน ยิ่งแก่ยิ่งอร่อย จากนั้นเป็นต้นมาจึงพัฒนาการเลี้ยงทำในรูปแบบเชิงพาณิชย์ผสมผสานกับการปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ ผลิตส่งขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและเวียดนาม”

ด้วยไก่งวงที่นำมาเลี้ยงนั้นมีอยู่ 2 สายพันธุ์นั่นก็คือ 1.พันธุ์อเมริกันบรอนช์ 2.พันธุ์เบลท์สวิลล์ สวยทั้ง 2 สายพันธุ์นี้เป็นที่ยอมรับในเรื่องของรสชาติของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก“การเลี้ยงไก่งวงทั้งสองชนิดจะดูตามความเหมาะสมของปริมาณและพื้นที่ ถ้าเลี้ยงมากต้องทำเป็นโรงเรือนที่แข็งแรงมั่นคง คอกสร้างด้วยไม้เนื้อแข็งหลังคามุงสังกระสี กระเบื้อง หรือหญ้าคา ให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

อย่าให้อับชื้น ทำความสะอาดได้ง่าย แต่ละอาทิตย์จะต้องทำความสะอาดคอกเปลี่ยนวัสดุรองพื้น ใช้ปูนขาวโรยฆ่าเชื้อ ล้างอุปกรณ์ ให้น้ำอาหาร ซึ่งจะทำในช่วงที่ปล่อยไก่งวงเดินออกกำลังกาย ดังนั้นโรงเรือน จะมีลักษณะล้อมด้วยตาข่ายหรือรั้วไม้กว้างๆ แล้วมีโรงเรือนที่มีหลังคาอยู่ บริเวณกลางคอก หรือด้านข้างไว้สำหรับให้ไก่งวงหลบแดดหลบฝน

และสิ่งสำคัญที่ต้องทำให้ไก่งวงในโรงเรือนคือทำคอนให้ไก่งวง เพราะนิสัยของไก่งวงชอบนอนที่สูงเนื่องจากไก่งวงมีพันธุกรรมของไก่ป่าจึงมีร่างกายที่แข็งแรงและทนโรค ลักษณะของคอนนอนจะต้องเป็นไม้กลมไม่มีเหลี่ยมเช่น ไม้ไผ่ อีกทั้งภายในโรงเรือนจะหากล่องหรือโอ่งดินเผาขนาดเล็กไว้สำหรับให้ไก่งวงวางไข่ซึ่งไก่งวงที่สามารถว่างไข่ได้จะมีอายุ 7-8 เดือน โดยจะมีปริมาณไข่ต่อแม่ต่อปีประมาณ 57-97 ตัว ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ ซึ่งเมื่อตีเป็นตัวเลขสามารถสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ประมาณ 15,000-30,000 บาท/ตัว ซึ่งมีความคุ้มค่ากับการลงทุนและเวลา”

ซึ่งใน 1 โรงเรือนนั้นจะต้องมีพื้นที่ประมาณ 3 * 4 แล้วปล่อยไก่วัวประมาณ 150 ตัวซึ่งมีทั้งตัวผู้ตัวผู้ตัวเมียอาศัยอยู่รวมกันถ้าหากเป็น โรงเรียนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ก็จะมีการอัตราปล่อยไก่ตัวผู้และตัวเมียประมาณ 1 ปากเกร็ดและมีการคัดเลือกสายพันธุ์พ่อพันธุ์แม่พันธุ์โดยการจากการดูนิสัยของไก่และเลือกไก่ที่มีลักษณะที่เป็นมิตรมีเยื่อใยเพราะไก่งวงเวลากกไข่นั้นสามารถเข้าไปใกล้ได้และดูแลได้โดยเฉพาะในช่วงของฤดูกาลที่ไก่งวงนั้นจะวางไข่จำเป็นจะต้องเก็บขยะออกมาใส่ตู้ฟักไข่ที่ใช้อยู่ทั่วไปและมีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นจนกว่าไข่จะฟักออกเป็นตัวก่อนที่จะทำอนุบาลจนสามารถทำให้มันนั้นแข็งแรงและปล่อยกลับไปให้แม่มันเลี้ยงได้

สำหรับอาหารเลี้ยงไก่งวง เกษตรกรที่นี่จะผสมเอง โดยใช้หญ้า หยวกกล้วย ผักบุ้งที่มีอยู่ในพื้นที่ อย่างละ 1 ส่วน เป็นส่วนผสมหลัก และนำไปผสมกับมันสำปะหลังป่น 1 ส่วน รำ 4 ส่วน และ ปลาป่นอีก 1 ส่วน มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพื่อใช้เป็นอาหารข้นสำหรับไก่งวง

นอกจากนี้ได้นำพืชสมุนไพรต่างๆที่ปลูกในสวน เช่น เหงือกปลาหมอ ฟ้าทลายโจร ขมิ้นชัน ไพร มาบดและผสมในอาหาร เพื่อบำรุงและสร้างภูมิคุ้มกัน โดยให้อาหารข้นวันละ 1 ครั้ง ในช่วงเช้า และให้เศษหญ้า เศษผักเป็นอาหารเสริมในช่วงบ่าย และสำหรับใครที่สนใจอยากจะเพาะเลี้ยงไก่งวงนะหรือจะจะศึกษาวิธีการเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่คุณธนศักดิ์ได้โดยโทรไปที่เบอร์โทร 089 863 6513 ได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก : เทคโนโลยีชาวบ้าน,เกษตรก้าวหน้า