“จิมมี่ ชวาลา” เศรษฐีใจบุญ บริจาคเงิน 25 ล้าน ให้ รพ. มหาราช ระหว่างรักษาตัว

(13 เม.ย.) นายสุรินทร์ สิริชยานนท์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรม และประธานบริษัทประชารัฐรักสามัคคี นครศรีธรรมราช (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Surin Sirichayanon”

โดยระบุว่า นายจิมมี่ ชวาลา บริจาคเงิน 25,000,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลมหาราช เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจเพื่อให้ทันเวลา และผู้ป่วยไม่ต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายเพิ่ม ในการเดินทางไกลเพื่อไปรักษาตัว

โดยในภาพนั่งคุกเข่ากับพื้น มอบเช็คธนาคาร จำนวน 25 ล้านบาทให้กับนายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผอ.รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช โดยมีรอง ผอ.และผู้บริหาร รพ.มหาราช ร่วมเป็นพยาน และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และกล่าวขอบคุณนายจิมมี่ที่มีใจบุญร่วมบริจาคในครั้งนี้

ข้อความที่นายจิมมี่เขียนด้วยลายมือ ระบุว่า “แด่คุณหมอ และพี่ๆ พยาบาลที่เคารพรักครับ และประชาชนชาวนครศรีฯ ขอมอบ 25,000,000 บาท สำหรับซื้ออุปกรณ์หัวใจ ชาวนครศรีจะได้มี รพ.มหาราช เป็นหลัก ไม่ต้องเดินทางไกลๆ ไปรักษาที่อื่นๆ ที่มหาราชมีเครื่องมือเกือบทุกอย่างแล้วครับ ด้วยรักเคารพและศรัทธา”

สำหรับ นายจิมมี่ ชวาลา วัย 60 ปี เป็นนักธุรกิจผู้ประกอบการค้าผ้ารายใหญ่ของ จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของห้างขายผ้าจิมมี่ บนถนนราชดำเนิน เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ หลังร่วมบริจาคเงินให้โครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของ ตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ในนามชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช 1.6 ล้านคน รวมมูลค่า 16 ล้านบาท

แต่สำหรับชาวนครศรีธรรมราชแล้ว นายจิมมี่คือเศรษฐีใจบุญ ที่เคยร่วมบริจาคในหลายโครงการ อาทิ โครงการบูรณปฏิสังขรณ์ปลียอดพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช จำนวน 28 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ นายจิมมี่ ยังได้บริจาคสมทบทุน 10 ล้านบาท

ร่วมกับนายจรินทร์ ปัญจคุณาธร ผู้ประกอบการห้างสหไทยสรรพสินค้า นครศรีธรรมราช บริจาค 30 ล้านบาท รวมเป็นยอด 40 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารสหไทย ศูนย์รังสีรักษา ภายในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อให้บริการผู้ป่วยมะเร็งทั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช และส่งต่อจากจังหวัดในเครือข่ายให้การรักษาทั้งผ่าตัดและการให้ยาเคมีบำบัด

นายจิมมี่ ชวาลา เข้าๆ ออกๆ รักษาตัวในโรงพยาบาลมานานเกือบ 2 ปีแล้ว เนื่องจากเคยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมาก่อน และเมื่อปลายปี 2560 เกิดไฟไหม้อาคารติดกับร้าน นายจิมมี่สูดควันเข้าไปมากทำให้ระบบหายใจ ปอดมีปัญหา ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย

ทำให้มีอาการติดเชื้อปลีน่องและเท้าบวมเป่ง แต่ถึงจะรักษาอาการป่วยอยู่ นายจิมมี่ก็ยังคงให้คนที่ร้านนำงานมาให้ทำทุกวัน และยังคงบริจาคเงินช่วยเหลือผู้อื่น อาทิ ผู้ประสบภัยพายุปาบึก รวมทั้งโครงการอาหารกลางวันที่เลี้ยงเด็กยากจนมานานกว่า 20 ปีแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook