ประวัติการศึกษา ‘เบอร์ดี้ บดินทร์ธร’ที่มีดีไม่แพ้พี่ชาย ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

อีกไม่กี่วันก็จะใกล้วันเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองแต่ละพรรคต่างเร่งลงพื้นที่หาเสียงเพื่อพิชิตใจคนในแต่ละพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากประชาชนค่อนข้างมาก ตั้งแต่มีประเด็น #ฟ้ารักพ่อ หรือวลีเด็ดของนักการเมืองระดับบิ๊กเบิ้มแต่ละพรรคที่มาร่วมดีเบตในรายการทีวี

ซึ่งต้องบอกเลยว่า เอก-ธนาธร นั้นถือว่าเป็นต้นแบบให้กับวัยรุ่นยุคนี้ในหลายๆ ทางเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการคิด การแสดงออก การศึกษาที่เขามีใบปริญญาถึง 5 ใบ (ปริญญาตรี 2 ปริญญาโท 3) และที่สำคัญเขามีน้องชายที่ฉลาดและเก่งไม่แพ้กัน

ในครั้งนี้ เราก็จะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ เบอร์ดี้-บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายคนเล็กของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่มีความสามารถและความฉลาดไม่แพ้พี่ชายเลยทีเดียว

เบอร์ดี้-บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ เรียนจบระดับชั้นมัธยมจาก โรงเรียนบางกอกพัฒนา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ ที่ School of Oriental and African Studies, University of London (SOAS) ประเทศอังกฤษ

และจบการศึกษาระดับปริญญาโทจาก สาขาเศรษฐศาสตร์อสังหาริมทรัพย์และการเงิน (MSc Real Estate Economics and Finance) จาก London School of Economics and Political Science (LSE) หรือ วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน

ซึ่งเป็นสถาบันเฉพาะทางสายสังคมศาสตร์ (ด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์) อันดับ 1 ในสหราชอาณาจักรและทวีปยุโรป และเป็นอันดับที่ 1 ของโลก โดยการจัดอันดับมาตรฐานมหาวิทยาลัยโลก The QS World University Rankings เลยทีเดียว

นอกจากนี้เขายังชอบทำกิจกรรมทางด้านกีฬา อาทิ ชอบวิ่ง เคยลงแข่งไตรกีฬาครั้งแรกใน Pattana Triathlon 2016, Pattana Triathlon 2018 เป็นต้น

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นธุรกิจเกี่ยวกับโครงการ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม ฯล และถือว่าเป็นการรับไม้ต่อจากพี่ชาย (คุณธนาธร) ที่ต้องออกไปทำงานในเส้นทางสายการเมือง

นามสกุลไม่ได้ช่วยให้ “ขาย” ได้ แม้ REAL ASSET จะมีผู้บริหารนามสกุล “จึงรุ่งเรืองกิจ” แต่การเลือกซื้อโครงการ ลูกค้ากลับไม่ได้ตัดสินใจซื้อโครงการเพราะนามสกุล แต่เลือกด้วย “สินค้า” ที่ตอบโจทย์ความต้องการมากกว่า ทำให้แม้ว่า REAL ASSET จะเป็นบริษัทขนาดเล็ก

นอกจากการเข้าระดมทุนในตลาดแล้ว สิ่งที่ “บดินทร์ธร” มองในสายตาของการเป็น “นักการเงิน” มาก่อน คือ การบริหารความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจที่พัฒนาเพื่อขายอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านหรือคอนโดมิเนียม

ด้วยการ Diversify ไปสู่รายได้ประจำ อย่างธุรกิจโรงแรม จึงได้มีการลองเจรจากับเจ้าของโรงแรมระดับ 3 ดาว ซึ่งมีจำนวนห้องกว่า 100 ห้องเพื่อซื้อกิจการมาดำเนินต่อ ด้วยมูลค่าการลงทุนคาดว่าจะอยู่ประมาณ​ 200 ล้านบาท ถือเป็นการชิมลางธุรกิจโรงแรมซึ่งมีมูลค่าการลงทุนไม่สูงจนเกินเสี่ยง หากสำเร็จ REAL ASSET ก็จะมีเงินทุนมาต่อยอดไปยังธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอื่นๆ ต่อไปด้วย

“กลุ่มลูกค้าเรา ไม่ได้มองนามสกุลเป็นหลัก แต่จะมอง Product มันตอบโจทย์ของเขาจริงๆ หรือเปล่า ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ใช้นามสกุลมาช่วยอะไร เราต้องทำตลาดที่ตอบโจทย์ ที่แปลกใหม่ ที่มัน wow จริงๆ และไม่ใช่ทุกคนทำ

เช่น โครงการ AESTIQ Thonglor ได้ใช้รถ Tesla มาเป็นส่วนกลาง Car Sharing Service ซึ่งไม่มีดีเวลลอปเปอร์เจ้าไหนกล้าคิด ซึ่งเป็นไปตาม Vision เรากล้าที่จะฉีกแนวคิดเก่า”คุณบดินทร์ธร เล่าถึงแนวคิดการพัฒนาโครงการ