เดี๋ยวผมจะช่วยเอง! “เชษฐ์ สไมล์” นัดวันวิ่งมาราธอนส่งบุญวัดพระบาทน้ำพุ 23 มี.ค.ทันที “หลังหลวงพ่อไม่ไหวแล้ว”

จากกรณีมีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ วรชยุต บุญญฤทธิ์ ได้ออกมาโพวต์ภาพและเรื่องราวโดยได้ระบุข้อความว่า… ฝากบอกตูนบอดีสแลมและคนคนรวยๆช่วยวัดพระบาทน้ำพุ หลวงพ่ออลงกตกันด้วยเถิดครับ ท่าน ต้องออกเดินทางไปหาเงินบริจากทุกวัน ท่านเดินจะไม่ไหวอยู่แล้ว สงสารท่านมาก ช่วยท่านกันหน่อยเถิดครับ บริจากให้วัดพระบาทน้ไพุกันเถิดครับผม

ล่าสุดมีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ วรเชษฐ์ เอมเปีย ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีดงกล่าวโดยได้ระบุข้อความว่า…. มาราธอน ส่งบุญ 42ก.ม. ช่วย วัดพระบาทน้ำพุ เป็นครั้งที่3 ด่วนมากครับ มีแต่คนขอมา เพราะหลายๆคนได้พบพระอาจารย์ อลงกต ท่านออก บิณฑบาตร เหนื่อยล้ามาก จึงมีแต่คนแจ้งให้ผมรีบช่วยด่วนอีกครั้งครับ

วันที่23มีนาคม62 นี้เลยครับ (สถานที่วิ่ง ชายหาด แม่รำพึง จ.ระยอง) สู้ๆครับ รอพวกเรานะครับ ผมสู้ครับ ช่วงนี้คิวงานวิ่งหนักมาก แต่ ร่างกายและหัวใจ ผมสู้มากๆครับ วันวิ่ง ผมจะแจ้งเลข บัญชีจากทางวัดโดยตรง ให้ทุกท่านร่วมบุญโอนเข้าบัญชีของวัด แบบง่ายๆ โดยตรง เข้าวัดเลยครับ ระหว่างเส้นทางไม่มีการรับเงินเหมือนเดิมครับ..สาธุครับ รอนะครับ.

โครงการ เล็กๆ เรียบง่ายของพวกผม ที่ทำมาโดยตลอด ลงทุนกันเองด้วยใจ และสำเร็จได้ด้วยหัวใจ จิตอาสาบริสุทธิ์โดยแท้จริง ร่วมกับหัวใจจากทุกๆท่านครับ สู้ๆนะครับ. ปล.ผมไลฟ์สด เวลา 6.30น.-14.30น. ครับ

แน่นอนว่าถ้าหากเอ่ยชื่อของ “เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่” หรือ “เชษฐ์ วรเชษฐ เอมเปีย” หลายคนต้องร้องอ๋ออออ อย่างแน่นอน เพราะคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักวง “สไมล์บัฟฟาโล่” วงดนตรีชื่อดังขวัญใจวัยโจ๋ในอดีต โดยเชษฐ คือมือกลองของวง และเมื่อเวลาล่วงเลยไปหนุ่มคนนี้ก็เกิดอิ่มตัวกับงานในวงการบันเทิง

ทิ้งชีวิตในยุคเฟื่องฟู หันหลังให้กับแสงสีในเมืองหลวง ผันตัวเองไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในต่างจังหวัด ที่นอกจากจะทำอาชีพทำไร่ ทำสวน ปลูกผักขาย เลี้ยงชีพ โดยยึดหลักเกษตรกรแบบพอเพียงแล้ว เค้ายังมาลุยเดินหน้าสร้างโรงทาน ช่วยเหลือเหลือเด็กนักเรียน ผู้ยากไร้อีกด้วย

โดยเจ้าตัวได้ซุ่มสร้างโรงทานเล็กๆขึ้นที่อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเราจะพาไปชมสภาพความเป็นอยู่ของเค้าในปัจจุบันกัน โดยเชษฐ์ได้มาใช้ชีวิตสุดเรียบง่าย พัก กิน นอน อยู่กับเด็กๆที่นี่ และแม้ไม่ใช่สถานที่ที่สวยหรู แต่ก็ถือเป็นสถานที่ ที่เจ้าตัวอยู่ได้อย่างมีความสุขกาย สบายใจสุดๆไปเลย

” วิถีชาวบ้าน ของเด็กโรงทาน..ตัวผมจะดีมั่งไม่ดีมั่งก็คือตัวผมเอง..แต่ผมจะสอนให้เด็กๆ ว่าถ้าเรามีโอกาสทำดี ให้ทำดีในทุกๆโอกาส..ฝันดีราตรีสวัสดิ์นะครับทุกท่าน.. ” … เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่

” เกิดแก่เจ็ บต า ย ทุกอย่างเป็นธรรมดา การพลัดพรากจากกันคือความจริง..แต่ทุกๆเวลาที่เรามีชีวิตอยู่ เราจะดูแลกัน แบ่งปันกัน..ฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับทุกท่าน.. ” … เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่

โดยโพสต์ของ “เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่” ได้ระบุว่า “แต่ละวัน ผมจะใช้ชีวิต หลายรูปแบบ ตอนกลางวันทำการเกษตร ดูแลหลายๆชีวิตในโรงทาน และนอกสถานที่ รวมทั้งหมาแมวต่างๆ..และอีกส่วนของชีวิต ก็เล่นดนตรี ที่สมควรไปเล่น เล่นแล้วเกิดความสุข จึงเล่น..เมื่อคืนมันส์มากๆๆๆผู้คนสนุกกันจริงๆสะใจกันไปเลยครับ

ระหว่างเล่นดนตรี เขาก็เปิดรายการต่างๆที่ผมออก ประกอบไปตลอดงาน ผมไปเล่นดนตรี ให้ ท่าน พ.ต.ท.ศิลายุทธ์ จิตติยาธีรากูล รุ่นพี่ผม พนัสพิทยาคาร พี่เอ้ เขาเป็นตำรวจ ผู้กล้า ปกปักรักษา ผืนแผ่นดินในเกาะช้าง ไม่เคยกลัวใครที่ทำไม่ดี

ไม่ให้นักธุรกิจ มาบุกลุกล้ำทำลายธรรมชาติ ผมชอบอุดมการณ์ พี่เอ้มากๆ เขาพูดในรายการต่างๆ ไว้ว่า ผืนแผ่นดิน ที่ไว้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ก็ห้ามเอาไปใช้ในประโยชน์ส่วนตัว ผลงานดีๆของท่านเยอะมาก พูดจาตรงๆ..สุดยอดครับ…

ประวัติ นายวรเชษฐ์ เอมเปีย หรือ เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล เกิดเมื่อ 27 พฤษภาคม 2514 อายุ 47 ปี เกิดที่ประเทศไทย มีผลงานการแสดงที่ผ่านมา หนังเรื่อง คนบอ ผีบ้า ป่าช้าแตก (2003) จี้ (2005) หนุมานคลุกฝุ่น (2008) และเป็น 1 ใน 4 สมาชิก ของวงร็อคชื่อดัง “สไมล์ บัฟฟาโล” และทำหน้าที่ในวง คือร้องนำและตีกลอง โดยในเฟซบุ๊กส่วนตัวนั้นมียอดผู้ติดตาม 151,145 คน

และในปี 2560 เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล ตกเป็นข่าวอีกครั้ง หลังผันตัวจากนักร้องนักดนตรีมาเป็นเกษตรกรทำนาเต็มตัว บนเนื้อที่ 17 ไร่ พร้อมสอนวิธีทำนา พร้อมย้ำว่า เป็นทฤษฎีแนวใหม่ และทำให้ได้ผลผลิตที่เยอะเหลือกินเหลือใช้ และยังมีโรงทาน ชื่อโรงทานเชษฐ์.สไมล์บัฟฟาโล อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ ประวัติของวงสไมล์บัฟฟาโล เป็นวงดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกชาวไทย มีชื่อเรียกวงเป็นภาษาไทยว่า “ควายยิ้ม” โดยเป็นการรวมตัวของนักดนตรี 4 คน คือ ประดิษฐ์ วรสุทธิพิสิทธิ์, ธีรภัค มณีโชติ, พนัส อภิชาติพงศ์บุตร และ วรเชษฐ์ เอมเปีย มีผลงานสตูดิโออัลบั้มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2538 ในชื่อชุด SMILE BUFFALO

ทำให้เพลง “ดีเกินไป” และ “ฟ้ายังฟ้าอยู่” กลายเป็นเพลงโด่งดังที่สุดของวง จากนั้นมีผลงานเพลงตามมาอีก 4 ชุด ก่อนจะแยกวงออกไป โดยภายหลัง ประดิษฐ์ และ ธีรภัค ได้ตั้งวงใหม่ชื่อ “Sni pe r”[1] ส่วน พนัส และ วรเชษฐ์ ยังคงมีผลงานเพลงออกมาอีกในชื่อเดิม

และยังมีผลงานเดี่ยวของสมาชิกแต่ละคนด้วย สมาชิกทั้งหมดได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี พ.ศ. 2550 โดยตระเวนแสดงคอนเสิร์ตทั้งงานใหญ่และงานเล็ก ล่าสุด ยังได้ร่วมแจมกับวงดนตรี ซิลลี่ ฟูลส์อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : วรเชษฐ์ เอมเปีย, MGR Online