“น้องเต้” หล่อแถมกตัญญู ขายกล้วยช่วยแม่ ทำงานรับจ้างตั้งแต่อายุ 13 ปี ไม่สนคนมอง! ฝันโตขึ้นอยากเป็นตำรวจ

“ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี” คำนี้ยังคงใช้ได้ในยุคปัจจุบัน เช่นเดียวกับ “เต้” ที่เพจหนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ได้ออกมาแชร์เรื่องราวมุมกตัญญูของน้องสู่โลกโซเชียล “เต้” เด็กหนุ่มผู้ขายกล้วยอยู่ที่ตลาดหนองดอกกลางคืน หาเงินช่วยแม่ ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

ตัวน้องเต้เป็นชาวบ้านมหาวัน อำเภอเมืองจังหวัดลำพูน ตัวน้องเต้เองเป็นคนขยัน อายุได้ 13 ปี ก็ไปรับจ้างตากปลาบ้วงช่วยพ่อเพื่อน จนถึงอายุ 18 ปี น้องเต้ จึงได้ลองมาเปลี่ยนเป็นการรับกล้วยมาขายแทน

ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาถูกใจจนแชร์ต่อกันเป็นพันไลค์ เพราะเขาคนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังขยันหาเงินตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี! รับจ็อบมานับไม่ถ้วน จนปัจจุบันก็ยังคงบริหารเวลาเพื่อตั้งแผงขายของในตลาดถึง 2 แห่ง!

น้องยอดกตัญญูคนนี้ ชื่อว่า “น้องเต้” กฤษฎา มะโนวงศ์ เป็นชาวบ้านมหาวัน อำเภอเมืองจังหวัดลำพูน ตอนนี้อายุ 18 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.6 รร.ส่วนบุญโญปถัมภ์ มีความฝันอยากเป็นตำรวจเมื่ออายุ 13 ปี น้องเต้เคยไปรับจ้างตากปลาช่วยพ่อของเพื่อน จนถึงอายุ 15 ปี จึงได้เอากล้วยที่สวนตามาลองขาย เพราะคุณพ่อคิดว่าน้องเต้ชอบหาเงิน

“ในช่วงนั้นผมหารายได้เสริมอีกครับคือ รับจ้างเล่นเกม ทำมาจนถึงอายุ 15 เหมือนกัน เเต่งานเยอะมากครับ ก็เลยเลือกงานที่สบายเเล้วไม่มีผลต่อการเรียน ก็คือขายของที่ตลาดหนองดอก ขายเกือบทุกอย่าง ประเภทผักผลไม้ที่เขานิยมใช้นิยมรับประทาน”

เงินที่ได้จากการขายของมาตลอด 3 ปี น้องเต้ไม่เคยยุ่งเลย ให้แม่จัดการคนเดียว น้องเต้ก็เหมือนเด็กทั่วไป จะขอเงินแม่ไปโรงเรียนวันละ 50 บาท มีความหมั่นเพียรและกตัญญู ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวเพราะต้องไปตลาดทุกวัน ช่วงปิดเทอมก็ต้องไปขายช่วงตี 3-9 โมง เเล้วมาขายต่อที่ตลาดหลังลานเจ้าแม่ช่วง 16.20-18.00 เเล้วก็ออกมาตลาดตรงคูเมืองช่วง 18.20-22.00 น.

“ผมเริ่มหางานทำตั้งแต่อายุ 13 ครับ ตอนนั้นอยากหาเงินให้ได้เยอะๆ แบ่งเบาภาระพ่อแม่ เพราะผมมีน้องอีก 2 คนที่ทางบ้านต้องส่งเสียด้วย แล้วตอนนี้ผมน่าจะมีเวลาว่างมากว่าตอนเรียนมหา’ลัย เลยยอมเหนื่อยก่อนดีกว่าครับ ถือว่าผมหารายได้ส่งตัวเองเรียนมหา’ลัย ถึงจะไม่มากมาย แต่ผมภูมิใจที่มีส่วนช่วยเหลือครอบครัวไม่มากก็น้อยครับ”

“ส่วนงานขายของ ปกติชาวบ้านเค้าจะปลูกผักตามฤดูกาลใช่มั้ยครับ คุณลุงเค้าแนะนำให้ผมลองขายผักกาดดู ผมเลยไปลองซื้อมัดใหญ่ๆ มาแบ่งขายที่ตลาดหนองดอกครับ ต่อมาก็ขายเยอะขึ้น ทั้งมะเขือเทศ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักกาดกวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักบุ้ง พูดง่ายๆ ว่าเคยขายผักเกือบทุกชนิดที่เค้านิยมซื้อไปทำอาหารกัน ถ้าตามประสบการณ์คือรู้เรื่องผักเยอะขึ้นมาก อายุดูยังไง ผักใหม่ผักเก่าดูเป็นหมด”

“พอช่วงหลังๆ ผมไม่มีผักขาย แล้วนึกขึ้นได้ว่าบ้านคุณตามีปลูกกล้วยไว้กับลำไยด้วย แล้วคุณตาก็แข็งแรงอยู่ ผมเลยโทรเรียกให้คุณตาช่วยตัดแล้วส่งรถโดยสารมาให้ครับ ทุกวันนี้ก็หันมาขายกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม แล้วมีผลไม้พวกมะม่วง ลิ้นจี่ ฯลฯ ด้วยครับ ขายมาหลายอย่างมาก”

น้องเต้กล่าวเสริมว่าการขายของให้อะไรน้องเยอะมาก ทั้งให้ประสบการณ์และทำให้เป็นคนไม่ยอมแพ้ ถ้าเกิดเห็นคนอื่นมีความสุข อย่าเพิ่งไปอิจฉา ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำได้ และแน่นอนว่างานทำให้เราเห็นค่าของเงินมากขึ้น เพราะกว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทมันยากมาก

“ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับการขายของเหมือนเดิม ผมภูมิใจที่หาเงินได้โดยไม่ต้องขอพ่อแม่ เวลาที่ผมขายได้จะให้แม่เก็บไว้หมดเลย แล้วให้เค้าไปแบ่งใช้ส่วนต่างๆ อย่างสมมติผมเรียนมหา’ลัย เค้าก็จะแบ่งไปจ่ายค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในมหา’ลัยของผมครับ”

อ่านมาจนถึงขั้นนี้ ต้องยกนิ้วให้กับ หนุ่มน้อยหน้ามนคนลำพูนคนนี้จริงๆ ถ้าเกิดใครมีโอกาสแวะไปตลาดหนองดอกกลางคืนกับตลาดหลังลานเจ้าแม่ที่จังหวัดลำพูน ก็อย่าลืมแวะไปอุดหนุนน้องนะคะ ขอให้น้องเต้จงรักษาความดีนี้ยิ่งๆ ขึ้นไป เชื่อว่าทุกคนเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : cmprice