ต้องเจอของจริง! ‘อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์’ โดดช่วยคดี ข้าวหมื่นกล่อง ลั่น “จะเปิดเบื้องหลังการหลอกลวง” คืนนี้

ต้องเจอของจริง! ‘อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์’ โดดช่วยคดี ข้าวหมื่นกล่อง ลั่น “จะเปิดเบื้องหลังการหลอกลวง” คืนนี้(รายละเอียด)

จากกรณี นางธนิสร กุยแก้ว อายุ 42 ปี และนายวีรวัฒน์ กุยแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 268/2 หมู่ 8 ต.วังกะพี้ อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ ได้ทำสัญญาสัมปทานทำอาหาร และน้ำดื่มกับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยมีระยะเวลาสัญญาจ้าง 5 ปีในการผลิตข้าวกล่อง น้ำดื่มบรรจุขวด

และไข่ต้ม แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงและยื้อเวลา รวมทั้งไม่รับข้าวกล่องที่ทำไว้ให้ไปส่งโรงงาน จึงต้องสูญเงินค่าทำสัญญารวมทั้งค่าขวดบรรจุน้ำดื่มรวม 106,000 บาท และค่าลงทุนทำอาหารและเครื่องดื่มอีกเกือบล้านบาท

ล่าสุดเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พ.ย. พ.ต.อ.คีรี เกียรติสาร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ฝ่ายกฎหมาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางลงพื้นที่บ้านเลขที่ 268/2 หมู่ 8 ต.วังกะพี้ อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ โดยกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหาย

ซึ่งวันนี้ได้มาสอบปากคำและรวบรวมหลักฐานจากฝ่ายผู้เสียหาย คือ นางธนิสร รวมทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุต่างๆ ให้ได้มากที่สุด พร้อมนัดสอบปากคำโดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ในช่วงบ่ายวันนี้ด้วย จากนั้นจะนัดสอบปากคำจากทางฝ่ายผู้ว่าจ้างต่อไป

เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นจะต้องหาทางช่วยเหลือบรรเทาความเสียหายให้แก่นางธนิศร ในการระบายข้าวกล่อง ซึ่งหลังจากบริจาคให้หน่วยงานต่างๆ แล้วก็ยังมีเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นหากใคร หรือหน่วยงานใด จะช่วยรับซื้อไปเลี้ยงสัตว์ หรือเลี้ยงปลา ก็ให้มาช่วยซื้อ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้เสียหายด้วย

อัจฉริยะ ช่วยคดี ข้าวหมื่นกล่อง จากกรณี นางธนิสร กุยแก้ว อายุ 42 ปี และนายวีรวัฒน์ กุยแก้ว ต.วังกะพี้ อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ ได้ทำสัญญาสัมปทานทำอาหาร และน้ำดื่มกับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยมีระยะเวลาสัญญาจ้าง 5 ปีในการผลิตข้าวกล่อง น้ำดื่มบรรจุขวด และไข่ต้ม

แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงและยื้อเวลา รวมทั้งไม่รับข้าวกล่องที่ทำไว้ให้ไปส่งโรงงาน จึงต้องสูญเงินค่าทำสัญญารวมทั้งค่าขวดบรรจุน้ำดื่มรวม 106,000 บาท และค่าลงทุนทำอาหารและเครื่องดื่มอีกเกือบล้านบาทนั้น

ล่าสุด นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์ผ่านเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่า ชมรมฯ ให้การช่วยเหลือผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ทำข้าวกล่องทิ้งเป็นหมื่นกล่อง จากการตรวจสอบพบว่า โรงงานแห่งนี้เคยหลอกผู้เสียหายมาแล้วหลายราย ทางชมรมฯ จึงได้ประสานไปยังโรงพักพญาแมน เพื่อเร่งสอบสวนเพื่อเอาผิดกับเจ้าของโรงงานแห่งนี้และจะดำเนินการเอาผิดส่วนอื่นด้วย

อีกทั้งยังได้โพสต์ ว่า วันนี้ติดตาม Facebook live ครับเวลา 20.00 น. เปิดเบื้องหลังการหลอกลวงข้าวกล่อง และเปิดปมคดีการสับเปลี่ยนตัวคนขับรถชนเด็กเสียชีวิต 3 ศพ ที่ จ.สิงห์บุรีและอื่นโดยเฉพาะชำแหละวาริน ล้านลาภชุด 2 และอื่นๆ

ขอบคุณเรื่องราวจาก : ข่าวสด