พระสงฆ์ 6 รูป เดินเท้าจากพัทลุง ไปปฏิบัติธรรมที่อินเดีย-เนปาล ไม่ขอรับปัจจัย

พระสงฆ์ 6 รูป เดินเท้าจากพัทลุง ไปปฏิบัติธรรมที่อินเดีย-เนปาล ไม่ขอรับปัจจัย (ภาพ+รายละเอียด)

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน พระใบฏีกาสมโชค ปุญญผโล อายุ 38 ปี เจ้าอาวาสวัดปลักปอม ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด และพระทรงเกียรติ กิตติญาโน อายุ 61 ปี จากสำนักปฎิบัติธรรมถ้ำแก้วเขาหัวช้าง ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง พร้อมพระลูกวัดอีก 4 รูป เดินเท้าออกจากวัดทุ่งขึงหนัง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง หลังจากที่เดินจากวัดปลักปลอม ไปตามเส้นทางถนนสายเอเชีย เมื่อ 2 ที่ผ่านมา

โดยเป้าหมายอยู่ที่ประเทศอินเดีย เพื่อไปปฏิบัติธรรมในสถานที่สำคัญทั้งในอินเดียและประเทศเนปาล คาดว่าจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5 เดือน และระหว่างคณะเดินทางจาก จ.พัทลุง ไปถึงจังหวัดเชียงรายตั้งใจว่าจะใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง จะไม่ขอรับถวายเป็นปัจจัยโดยเด็ดขาด จะรับก็เพียงน้ำและอาหารเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

พระใบฏีกาสมโชค กล่าวว่า เมื่อคืนได้พักจำวัดที่วัดทุ่งขึงหนัง อ.ควนขนุน หลังจากได้เดินเท้าออกจากวัดปลักปอม ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด เมื่อเช้าวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งการเดินทางไปปฏิบัติธรรมในประเทศอินเดียครั้งนี้ พระภิกษุทั้ง 6 รูป ตั้งใจว่าจะได้เดินเท้า ไปถึงจังหวัดเชียงราย โดยเป้าหมายเดิมจะเดินผ่านไปทางประเทศพม่าไปเนปาล และเดินต่อไปยังประเทศอินเดีย

พระใบฏีกาสมโชค กล่าวต่อว่า แต่เนื่องจากทางประเทศพม่า ไม่สามารถออกหนังสือจากประเทศพม่าไปยังประเทศเนปาลได้ เนื่องจากเกรงว่าจะอันตราย จึงจำเป็นที่จะต้องขึ้นเครื่องจากจังหวัดเชียงราย ไปถึงประเทศเนปาล และจะเดินเท้าต่อไปยังประเทศอินเดียคาดว่าการเดินทางครั้งนี้ จะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน

“ส่วนการเดินเท้าจาก จ.พัทลุงไปถึง กรุงเทพฯ นั้น คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 28 วัน เพราะมีประสบการณ์ที่เดินทางจากพัทลุงถึงกรุงเทพมาแล้ว และตั้งใจว่าจะเดินเท้าไปตามถนนเอเชียวันละ 45-50 กม.โดยระหว่างการเดินทาง ก็จะพักจำวัดในตอนกลางคืนตามวัดต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนนเอเชียเป็นหลัก ส่วนตอนกลางวันหากมีฝนตกหนักก็จะหยุดพักบนศาลาริมทาง” พระใบฏีกาสมโชค กล่าว

พระใบฏีกาสมโชค กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ไม่ขอรับปัจจัยที่ชาวบ้านถวายระหว่างการเดินทางนั้น ก็เพราะว่าพระภิกษุทั้ง 6 รูปที่ออกเดินทางไปประเทศอินเดียในครั้งนี้ มีความพร้อมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านปัจจัยที่ต้องใช้จ่ายเมื่อคราวจำเป็น

และด้านสุขภาพก็มีความพร้อม ดังนั้นจึงขอให้ญาติโยมไม่ต้องถวายปัจจัย เพราะจะไม่รับปัจจัยระหว่างทางที่เดินผ่าน โดยจะรับก็เพียงน้ำและอาหารเท่าที่จำเป็นเท่านั้น