ปีทอง ของชาวนา ตลาดส่งออกคึกคัก ราคาข้าวพุ่งเป็นประวัติการณ์

ปีทอง ของชาวนา ตลาดส่งออกคึกคัก ราคาข้าวพุ่งเป็นประวัติการณ์(รายละเอียด)

ราคาข้าวขึ้นต่อเนื่องสูงเป็นประวัติการณ์ ผลจากการส่งออกที่เกินกว่าเป้าหมาย รัฐเร่งประสานช่องทางการในการจำหน่าย ถือเป็นปีทองของชาวนาไทย

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เผยว่าจากการหารือร่วมกันกับสมาคมโรงสีข้าว ตัวแทนเกษตรกร ชาวนาหลายพื้นที่ พบว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง อาทิเช่น จังหวัดร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญ เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดลงจากปีที่ผ่านมา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

ขณะนี้มีข้าวเปลือกหอมมะลิต้นฤดูออกสู่ตลาด ราคาที่ชาวนาขายได้สูงขึ้นเป็นลำดับ จนอยู่ในระดับกว่าตันละ 15,000 บาท และยังมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกจะทำได้สูงกว่าเป้าหมาย ราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรขายได้สูงขึ้น โดยข้าวหอมมะลิความชื้น 15 % มีราคาเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เป็นตันละ 14,750 – 17,700 บาท

สำหรับมาตรการที่จะนำมาใช้รองรับข้าวในฤดูกาลผลิต 61/62 ที่กำลังจะออกสู่ตลาด รัฐบาลได้เตรียมการรองรับไว้รวม 3 มาตรการหลักๆ ที่สำคัญคือ

1.การชะลอจำหน่ายข้าวเปลือกนาปี เพื่อจูงใจให้เกษตรกรเก็บสต็อกโดยรัฐบาลจ่ายค่าฝากเก็บให้เกษตรกรที่เก็บข้าวในยุ้งฉางของตนเอง ตันละ 1,500 บาท หากฝากเก็บในยุ้งฉางของสหกรณ์หรือกลุ่มวิสาหกิจ จะได้รับค่าฝากเก็บตันละ 1,000 บาท นอกจากนั้นยังมีการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวอีกไร่ละ 1,500 บาท รายละไม่เกิน 12 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 18,000 บาท เป็นอัตราการจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากครัวเรือนละ 6,000 บาท ในปีที่ผ่านมา

2.ส่งเสริมสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้เก็บสต็อกข้าวแทนสมาชิกโดยรัฐบาลสนับสนุนทุนในการจัดเก็บอัตราดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 1 ต่อปี

3.จูงใจให้โรงสีดูดซับผลผลิตข้าวในช่วงต้นฤดูซึ่งผลผลิตออกมาก โดยช่วยเหลือค่าดอกเบี้ยจากเงินกู้ที่ใช้ในการจัดเก็บร้อยละ 3 ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน

นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์จะร่วมกับจังหวัดแหล่งผลิต ประสานให้มีการพบปะเจรจาซื้อขาย ระหว่างกลุ่มชาวนากับผู้ซื้อ ซึ่งมีทั้งลานข้าว โรงสี ผู้ส่งออก ตลอดจนกลุ่มเกษตรกร และสหกรณ์การเกษตร เพื่อให้ชาวนามีความมั่นใจว่ามีช่องทางการในการจำหน่ายที่แน่นอน ได้ราคาที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการเอารัดเอาเปรียบในการซื้อ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569

ขอบคุณที่มาจาก : SmartSME