ฟ้องนาย ขายเพื่อน! วิธีทำใจ ระงับอารมณ์ ถ้าต้องทำงานกับเพื่อนที่ไม่ชอบ

ฟ้องนาย ขายเพื่อน! วิธีทำใจ ระงับอารมณ์ ถ้าต้องทำงานกับเพื่อนที่ไม่ชอบ

” มายเฟรนด์: ไม่ชอบคนคนนั้นเลย ไม่อยากทำงานด้วยอะ!
ตัวฉันเอง: เอาน่าๆ ลองมาดูวิธีเหล่านี้ก่อนละกัน เผื่อช่วยทำให้ใจเย็นลง
มายเฟรนด์: ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนิ! ”

หัวร้อนกันมาเลยทีเดียว… แน่ล่ะ! เป็นใครก็ต้องรู้สึกไม่ชอบด้วยกันทั้งนั้นแหละ หากโดนจับให้ทำงานร่วมกันในกลุ่มเดียวน่ะ แล้วเพราะยังเป็นวัยรุ่นอารมณ์ร้อนอยู่ น่ากลัวว่าจะได้เสียงาน แถมสร้างความวุ่นวายให้กับเพื่อนคนอืนอีก

เฮ้อ… เป็นวัยรุ่นนี่มันไม่ง่ายเลยเนอะ งั้นเราต้องหาตัวช่วยแล้วค่ะ ลองมาส่องวิธีทำใจ ระงับอารมณ์ตัวเองไม่ให้เผลอไปงาบหัวเพื่อนที่ไม่ชอบกันดูเนอะ

1. คำนึงถึงอนาคตของตัวเอง

” เกลียดหน้ากันขนาดไหน แต่งานต้องเดิน ไม่งั้นเตรียมเฮ! “

การทำงานร่วมกับคนที่ไม่ชอบเนี่ย มันเป็นอะไรที่สร้างความอึดอัดใจให้กับตัวเองเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ อารมณ์เหมือนต้องแบกอะไรไว้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลาเลย แถมคนคนนั้นทำอะไรก็ดูขัดตาไปหมด แต่อย่าได้เผลอระเบิดอารมณ์ออกไปเชียว สาวซิสต้องพยายามเตือนใจตัวเองไว้ค่ะ ว่างานที่ทำอยู่มีความสำคัญขนาดไหน เพราะถ้าเอาแต่ทะเลาะกัน แล้วงานไม่เดิน รับรองได้มีเฮแน่ เฮทั้งน้ำตาเลยด้วย….

คะแนนเก็บหาย เพื่อนคนอื่นพากันเกลียดหน้าเรา หรืออาจจะแย่หนักถึงขั้นติด F ไปเลยก็เป็นได้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร มันก็ไม่ดีต่อตัวเราทั้งนั้นแหละค่ะ คิดถึงอนาคตข้างหน้าเอาไว้นะ แล้วสะกดอารมณ์ไม่พอใจทั้งหมดไว้ข้างใน จากนั้นก็ตั้งตาตั้งตาทำงานต่อไป เพื่ออนาคตที่ดีของเราค่ะ!

2. อย่าเก็บคำพูดหรือท่าทางของคนคนนั้นมาใส่ใจ

” อย่าใส่ใจ คนคนนั้นก็เป็นแค่ธาตุอากาศ! “

อยู่ทำงานร่วมกับคนไม่ชอบก็ว่าแย่แล้วนะ ทำไมต้องมาโดนพูดจาแย่ๆ ใส่ด้วยล่ะ แถมกิริยาที่แสดงออกก็ช่างน่าหงุดหงิดเหลือใจเลย หากเธอยิ่งเก็บเอาเรื่องพวกนี้มาคิด บอกเลย ตัวเธอเองนั่นแหละที่จะแย่เอา! ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสามโลก แล้วไม่ทำให้งานการต้องเสียด้วย ซึ่งนั่นก็คือ ทำเป็นว่าคนคนนั้นไม่มีตัวตนไปซะ!

ทว่าความหมายที่เรากล่าวถึง ใช่ว่าจะให้สาวซิสไร้การสนทนากับคนคนนั้นโดยสิ้นเชิงนะ พูดคุยเรื่องงานที่ต้องทำด้วยกันได้ แต่เมื่อได้ยินอะไรที่ไม่ถูกหูเรา หรือพบเห็นกิริยาที่ชวนน่าหงุดหงิด เธอก็แกล้งปิดตาลงข้างหนึ่งไปซะ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพียงเท่านี้ก็จะไม่เกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งขึ้นแล้ว แถมงานยังเดินหน้าอีกด้วยค่ะ

3. ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ยิ้มรับเข้าไว้

” ยิ้มรับทุกปัญหา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป “

อะไรคือสิ่งที่กระตุ้นทำให้ความเกลียดชังเพิ่มขึ้นแบบคูณสอง ท่าทางภายนอกของเราอย่างไรละคะ หากแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบใจ จากคนที่ไม่ชอบหน้ากันอยู่แล้ว เดี๋ยวมันก็ยิ่งไปกันใหญ่หรอก ดังนั้นเพื่อระงับอารมณ์ตัวเองไม่ให้ระเบิดออก เธอลองยิ้มรับดูแทนสิ แล้วปลอบใจตัวเองใส่สงบ ว่าถ้าเราไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไร เดี๋ยวทุกอย่างก็เข้าที่เองนั่นแหละ

วิธีนี้คงเรียกได้ว่าการทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนนั่นแหละ คนคนนั้นอยากทำอะไร ปล่อยไป เธอเก่ง เธออดทนอยู่แล้ว ฝืนใจตัวเองทำงานจนเสร็จสิ้น หลังจากนี้ก็แยกย้ายกันไปเหมือนเดิมแล้ว วิธีนี้น่าจะเหมาะกับสาวซิสที่มีพื้นฐานเป็นคนใจเย็นอยู่มากกว่านะคะ ส่วนคนใจร้อน อาจจะต้องฝึกซ่อนอารมณ์ที่แท้จริงไว้ใต้รอยยิ้มกันไปยาวๆ เลย

4. หาที่ระบายอารมณ์

” อดทนไว้ก่อน แล้วค่อยไปหาที่ระบายออก “

หาเรื่องกับคนคนนั้นระหว่างทำงานร่วมกัน ไม่ต้องให้หมอดูที่ไหนมาเดาดวงชะตา เธอก็น่าจะพอรู้ตัวเองดีอยู่นะ ว่าผลที่ตามมามีแต่เรื่องแย่กับเรื่องแย่ทั้งนั้น แล้วต่อให้ใจรับรู้ถึงผลที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างดี แต่มันก็อดใจไม่ไหว เผลอหาเรื่องเพื่อนที่ไม่ชอบหน้าออกไปทุกทีเลย…

บางทีสาเหตุอาจจะเป็นเพราะเธอเอาแต่เก็บไว้ในใจเป็นระยะเวลานานแล้วก็ได้นะ พอมาถึงจุดหนึ่งถึงได้ระเบิดออกมาเลย หรือจะเป็นเพราะอารมณ์ร้อนตามประสาวัยรุ่นก็ตามแต่… งั้นเอาแบบนี้ ช่วงระหว่างพักเบรค ทำไมไม่ลองหากิจกรรมคลายเครียดกันดูล่ะ เล่นเกมมือถือก็ได้ เม้าท์มอยกับเพื่อนรักถึงเรื่องที่ชอบก็ได้ ทำอะไรก็ได้ค่ะ ที่ช่วยทำให้รู้สึกคลายเครียด แล้วเธอก็จะได้มีความอดทนไปทำงานร่วมกับเพื่อนที่ไม่ชอบหน้าได้ต่อไง!

5. ยุ่งเกี่ยวด้วยเท่าที่จำเป็น

” ไม่ชอบหน้ากันนัก งั้นก็พยายามอย่ายุ่งเกี่ยวกันเลย “

ปกติเวลาไม่ชอบหน้าใคร เธอก็ต้องพยายามเลี่ยงคนคนนั้นอยู่แล้วถูกไหมคะ? แต่เวลาทำงานร่วมกัน การสื่อสาร การใช้เวลาร่วมกัน มันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ในเรื่องนี้ก็คงต้องทำใจกันอยู่ระดับหนึ่งแหละ แต่ก็ใช่ว่าเราต้องใช้เวลาอยู่กับเพื่อนที่ไม่ชอบแบบตัวติดกันตลอดเวลาเสียหน่อย เรื่องไหนเธอสามารถเลี่ยงได้ ก็เลี่ยงซะ พูดคุยกันเฉพาะเรื่องสำคัญ อยู่ร่วมกันเมื่อจำเป็นเท่านั้น

สำหรับวิธีการนี้ เพื่อนคนอื่นในกลุ่มอาจจะมองว่าเป็นการหนีปัยหาไปเสียหน่อย แต่ในเมื่อคนไม่ชอบหน้ากัน ฝืนให้อยู่ร่วมกันนานๆ เดี๋ยวก็เกิดเรื่องเอาเสียเปล่าเนอะ ดังนั้นแยกทำงานส่วนของใครของมันไปเลยนั่นแหละ นับเป็นวิธีแก้ปัญหาดีสุดแล้ว ไม่ทำให้หงุดหงิดใจ แถมงานเดินหน้าด้วย ผลออกมาเป็นแบบนี้คงไม่มีใครว่าเราได้หรอก

อ่านบทความต้นฉบับ